มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

เยรูซาเล็ม

สนาม: การเงินหุ้นจีน

บทนำ:ผู้ตรวจฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับประเด็นที่ยังไม่มีความชัดเจนและต้องมีการสืบสวนต่อ เช่น ในปี 2547 พบหลักฐานว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้จ่ายเช็คเลขที่ 0097627 จำนวน 31 ล้านบาท มาให้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์กองทุนเสมาฯ จึงต้องสืบต่อว่าเงินจำนวนดังกล่าวได้มีการนำมาสมทบกับเงินกองทุนเสมาฯ หรือไม่ , ส่วนเงินกองทุนฯ ที่ได้รับจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดิน ปี 2547 จำนวน 45 ล้านบาท ปี 2548 จำนวน 30 ล้านบาท ปี 2549 จำนวน 45 ล้านบาท และปี 2550 จำนวน 15 ล้านบาท จึงตั้งข้อสังเกตว่าในเมื่อได้รับเงินกองทุนจากงบประมาณมาแล้ว ทำไมสำนักงานสลากจึงต้องจ่ายเงินของกองทุนฯไปให้อีก เนื่องจาก ผู้ที่ดำเนินการรับผิดชอบก็เป็นกลุ่มคนเดียวกันกับที่ทำงาน จึงมีข้อสังเหตว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือไม่ อย่างไร...

Taizu Nurhachi

สนาม: เครือข่ายข่าวแม่น้ำเหลือง

บทนำ:หลวงปู่พุทธะอิสระแรงสส์ ถาม’พระมหาไพรวัลย์’ นี่หรือสาวกพระพุทธเจ้า 02 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 20:39 น

6 ฟุตบอลโลกตกปลาออนไลน์ฟรี
z8b | <动态当天时间> | อ่าน(643) | แสดงความคิดเห็น(98)
เหตุผลเดียว คือ【อ่านข้อความเต็ม】
tzb | <动态当天时间> | อ่าน(49) | แสดงความคิดเห็น(613)
เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับที่เชียงใหม่ ใช้บ้านป่าแหว่งตั้งเงื่อนไข๗ วันไม่รื้อ【อ่านข้อความเต็ม】
nxp | <动态当天时间> | อ่าน(454) | แสดงความคิดเห็น(22)
สรุปกองทุนเสมาฯเสียหาย77ล้าน   อรรถพล สงสัยทำไมกองสลากฯโอนเงินให้อีก 03 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 05:46 น 【อ่านข้อความเต็ม】
6hr | <动态当天时间> | อ่าน(271) | แสดงความคิดเห็น(503)
ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต-จำคุก 10 โจรใต้ ก่อเหตุวางระเบิดในเทศบาลเมืองปัตตานี 6 จุดปี 2559 จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บกว่า 20 คน ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก รอง มทภ4 แจงนำผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คนไปอยู่พื้นที่ อสุคิริน เหตุทั้งหมดไม่เกี่ยวกลุ่มก่อความไม่สงบ แค่คนไทยหนีความรุนแรงไปอยู่มาเลย์ เมื่อวันที่ 2 พค เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย นำโดย พอปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอรมน) ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พลตตปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบกภจวปัตตานี) และนายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี(รอง ผวจปัตตานี) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังศาลชั้นต้นปัตตานี พิพากษา 10 ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 คดี ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จปัตตานี โดยมีครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟังที่บริเวณทางเข้ามัสยิดกลางปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดจากทั้งหมด 6 คดี พอปราโมทย์กล่าวว่า ตามที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมะซัน หรือฮากิบ สาและ กับพวกรวม 10 คน ในความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิตทำให้เสียทรัพย์ ความผิดต่อ พรบอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน จากคดีเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มนครปฐม หน้าตลาดโต้รุ่ง, ระเบิดร้าน JP เฟอร์นิเจอร์, ระเบิดเรือประมง 2 ลำ, ระเบิดหน้าร้านศรีปุตรีข้างมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และขยายผลตรวจยึดอาวุธปืนพกและอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ รวม 6 คดี เหตุเกิดในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานี ในห้วงเดือนมิถุนายน- ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา พอปราโมทย์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่งพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 10 คน โดยศาลสั่งประหารชีวิต 6 คน คือ นายอิบรอเฮง ยูโซ๊ะ, นายอัมรีย์ ลือเย๊าะ, นายสันติ จันทรกุล, นายอายุบ เปาะลี, นายอิสมาแอ ตุยง และนายนิรอนิง นิเดร์ และศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 คนคือ นายมะซัน สาและ, นายอับดุลเลาะ หะยีอูมาร์ และนายรูสรัน แวหะยี เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 คน ให้การที่เป็นประโยชน์แก่การพิพากษาคดี ศาลจึงลดโทษ จากประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายฮามิด เจะมะ ศาลสั่งจำคุก 39 ปี 12 เดือน โฆษก กอรมนภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า พฤติกรรมที่ปรากฏของจำเลยทั้ง 10 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุถึง 6 คดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ราย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยในห้วงที่ผ่านมา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้สูญเสียดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้ที่กระทำความผิด ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการดูแลจากกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังของการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด โดยทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น จึงขอให้ช่วยกันดูแลบุตรหลาน หรือบุคคลในครอบครัวอย่างใกล้ชิด สำหรับผลคำพิพากษาตัดสินคดีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งได้พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานแวดล้อม ที่ทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลยทั้ง 10 คนได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งพิพากษาลงโทษดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้ง 10 คนยังมีสิทธิในการยื่นขออุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้ โฆษก กอรมนภาค 4 ส่วนหน้ากล่าว ขณะที่ พลตตปิยะวัฒน์กล่าวว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เริ่มจากการหาพยานหลักฐานนำไปสู่การพิพากษาของศาล โดยได้พิพากษา 6 คดี มี 10 คนที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย อั้งยี่ซ่องโจร การหาพยานหลักฐานที่มีการบูรณาการร่วมสามฝ่ายครั้งนี้ ศาลเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง ศาลจึงสั่งตัดสิน พอหาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 กล่าวเสริมว่า เรามีผู้ต้องสงสัย 30 คน ออกหมายจับตั้งแต่ปี 2559 และตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม 2560 เราสามารถจับคนร้ายได้ 15 คน ศาลตัดสินยกฟ้อง 5 คน เราปล่อยไปแล้ว ส่วน 10 คนนี้ศาลสั่งประหารชีวิต 9 คน แต่ 3 คนได้ให้การเป็นประโยชน์ ศาลจึงลดโทษ นางพยอม รักบุตร แม่ของ จสตอนุรักษ์ รักบุตร ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดข้างมัสยิดกลางปัตตานี ปี 2559 กล่าวว่า มีลูกชายคนเดียว มาเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งวันนี้สามารถจับคนร้ายได้ ก็คิดว่าดี เหตุการณ์จะได้ลดลง ไม่มีผู้สูญเสียอีก อย่างไรก็ดี ในส่วนญาติของหนึ่งในผู้ต้องหา 10 คนที่ศาลตัดสินพิพากษา กล่าวว่า เคารพกระบวนการยุติธรรม แต่ยืนยันว่าลูกชายไม่ใช่คนร้าย เขาเป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ ก็ขอสู้ต่อไปเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย วันเดียวกัน พลตวิชาญ สุขสง รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณี พลทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 มีแนวคิดจะพาผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ที่กลับจากมาเลเซียเมื่อหลายเดือนก่อน ไปอยู่ที่ ตสุคิริน อสุคิริน จนราธิวาส ว่าที่ตรงนั้นมีพื้นที่ว่างที่กองทัพขอใช้พื้นที่จากโครงการนิคมแล้วประมาณกว่า 700 ไร่ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ซึ่งมี 23 ครอบครัว และเป็นคนโสด 12 คน เข้าไปอยู่อาศัย ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา แต่เมื่อ 30 ปีก่อนเขามีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ เกิดความหวาดระแวง จึงเข้าไปอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยส่วนใหญ่อายุ 70 ปีแล้ว ไม่ใช่พวกที่ก่อเหตุอยู่ในช่วงนี้ เขาเป็นคนไทย เราต้องดูแลเขา แม่ทัพภาค 4 ก็นำมาให้สัญชาติ ให้บัตรประชาชน เพราะเขาคือคนไทย เราทำเพื่อมนุษยธรรม เมื่อก่อนกลุ่ม จคม เป็นคนมาเลย์ เรายังดูแลเขาได้ แต่นี้เขาเป็นคนไทย เราก็ต้องดูแลถึงแม้เขาไม่ได้เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ แต่เขาก็เป็นคนไทย ขอยืนยันว่ากลุ่ม 105 คนที่เราจะพาเขาไปอยู่ที่ใกล้ๆ หมู่บ้าน บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ไม่ใช่คนร้าย และไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา พลตวิชาญกล่าว ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พคที่ผ่านมา มีชาวบ้านกว่า 500 คน จาก 3 หมู่บ้าน ใน ตสุคิริน อสุคิริน จนราธิวาส ได้รวมตัวกันมาที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ ค่ายจุฬาภรณ์ที่ 12 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว มีการแสดงความคิดเห็นไม่พอใจที่จะให้คนในโครงการพาคนกลับบ้านเข้ามาอาศัยด้วย หลังจาก พลทปิยวัฒน์ มีแนวทางจะใช้พื้นที่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 หมู่ที่ 13 บ้านรักษ์ธรรม หมู่ที่ 10 บ้านลีลานนท์ และหมู่ที่ 6 เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 【อ่านข้อความเต็ม】
tj6 | <动态当天时间> | อ่าน(244) | แสดงความคิดเห็น(2)
ต้องประยุกต์ ไสยศาสตร์และคุณไสย เข้าไปด้วย!【อ่านข้อความเต็ม】
zfd | 2021-03-08 | อ่าน(157) | แสดงความคิดเห็น(617)
คนร้ายใช้เหล็กขูดชาร์ปจ้วงแทง7แผลหนุ่มตรังเสียชีวิตในสภาพยกมือไหว้ขอชีวิต 02 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 17:58 น 【อ่านข้อความเต็ม】
n7n | 2021-03-08 | อ่าน(407) | แสดงความคิดเห็น(308)
สรุปแล้วมหาคนนี้เป็นสาวกของนายมาร์ค หรือสาวกของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ากันแน่ อันนี้คือข้อสงสัยจริงๆ นะ แต่ที่ไม่สงสัยก็คือ ดูจะเป็นขาประจำ ที่ชอบเข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์ วิจารณ์ ในสิ่งที่พุทธะอิสระทำด้วยความไม่ชอบขี้หน้าพุทธะอิสระซักเท่าไหร่ เพราะจากที่สังเกตดูไม่ว่าพุทธะอิสระจะทำอะไร ดูจะไม่เป็นที่ถูกใจแกไปเสียทุกเรื่อง ช่างน่าสมเพชตัวเองเหลือเกินที่เกิดมาทั้งที ทำไมทำให้มหาคนนี้มารักชอบเราไม่ได้หน่อ แล้วอยากตะโกนบอกมหาคนนี้ให้รู้ ดังๆ ว่า ไม่มีใครเขาว่าดอก หากเกิดข้อสงสัย แล้วตั้งคำถามโดยสุจริตใจ แต่คนมีปัญญา เขามองออกว่า พฤติการณ์ของนายมาร์ค พิทบูล มิได้มีเจตนาถามด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ต้องการจะจาบจ้วง ดูหมิ่น เหยียดหยาม หาได้มีเจตนาตั้งคำถามโดยสุจริตไม่ เพราะฉะนั้น อย่ามาเถียงแทนนายมาร์คเลย เอาเวลาไปแนะนำนายมาร์คดีกว่าว่า จะสู้คดีนี้อย่างไร【อ่านข้อความเต็ม】
xlb | 2021-03-08 | อ่าน(317) | แสดงความคิดเห็น(11)
ซูซูกิคัพ ช้างศึก ร่วมสายอินโดนีเซีย,ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ 02 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 19:17 น 【อ่านข้อความเต็ม】
7fv | 2021-03-08 | อ่าน(770) | แสดงความคิดเห็น(87)
2 พค61 - พอปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลตตปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบกภจวปัตตานี นายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ภายหลังจากศาลชั้นต้นปัตตานี พิพากษา 10 ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 คดี ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จปัตตานี โดยมีสื่อมวลชน และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ร่วมรับฟังที่บริเวณที่ทางเข้ามัสยิดกลางปัตตานี 1 ในจุดที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด)【อ่านข้อความเต็ม】
nb7 | 2021-03-07 | อ่าน(193) | แสดงความคิดเห็น(735)
ท่านนายกรัฐมตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไม่ส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารของสำนักงานศาลยุติธรรมเลยเพราะงบประมาณการก่อสร้างทั้งหมดได้ผ่านรัฐสภาในสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านจึงไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ยังถูกลากมาถามหาความรับผิดชอบและถูกด่าที่ไม่สั่งการให้รื้ออาคารที่ก่อสร้างเสร็จแล้วและกำลังก่อสร้างใกล้เสร็จโดยเร็ว【อ่านข้อความเต็ม】
tjz | 2021-03-07 | อ่าน(109) | แสดงความคิดเห็น(804)
การเติบโตของธุรกิจความงามในเมืองไทยยังไปได้สวย จะเห็นภาพของการเปิดบริการคลินิกความงาม ร้านเสริมสวย หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเมกอัพ ที่มีวางจำหน่ายกันตามท้องตลาดจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวพรรณของตัวเอง จากสถิติของตลาดความงามในประเทศไทย พบว่ามีความน่าสนใจด้วยมูลค่าที่สูงถึง 57 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต 38% โดยข้อมูลวิจัยชุด ตลาดเครื่องสำอางและความงามไทย ได้สรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้และนำไปปรับใช้หลายด้าน ทั้งในเรื่องของการเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและความต้องการ ตลอดจนแนวโน้มตลาดว่ามีทิศทางเป็นเช่นไรอีกด้วย หากมีข้อมูลที่ทำให้วางแผนได้ตรงจุด ก็จะสามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม ก่อนจะเฉลยว่าควรตีโจทย์การตลาดอย่างไร มาดูกันก่อนว่าตลาดเครื่องสำอางไทยแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม และมีอัตราการเติบโตอย่างไรกันบ้าง สำหรับตลาดความงามในเมืองไทยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและศีรษะ (Hair Care) เติบโตในอัตรา 08% 2กลุ่มผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์ (Body Care) เติบโต 35% 3กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (Face Care) โตประมาณ 45% และ 4กลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ (Make Up) เติบโต 16% เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนต่อมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม จะเห็นว่าสินค้ากลุ่มดูแลผิวหน้า หรือ Face Care เป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด รองลงมาได้แก่ กลุ่มแฮร์แคร์ กลุ่มเมกอัพ และกลุ่มบอดี้แคร์ ในสัดส่วน 33%, 16% และ 11% ตามลำดับ โดยกลุ่มบอดี้แคร์จะมีสัดส่วนน้อยที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจะอยู่ในกลุ่มเมกอัพ หรือเป็นสินค้าประเภทที่ต้องใช้เป็นประจำ อาทิ ดินสอเขียนคิ้ว รองพื้น และลิปสติก ขณะเดียวกันยังเป็นการเติบโตของยอดขายจากผู้ซื้อปัจจุบัน 74% การขยายตัวของผู้ซื้อรายใหม่คิดเป็น 4% โดยเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเขตตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยการเติบโตนี้เกิดจากปัจจัยของการซื้อที่ตอบสนองด้านอารมณ์ที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง ยิ่งกว่านี้ สินค้ากลุ่มเมกอัพยังมีช่องว่างให้เติบโตไปได้อีกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดความงามอย่างประเทศเกาหลี ที่สามารถเจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 85% ในขณะที่ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 48% หากมาดูเรื่องของกลุ่มเป้าหมายของตลาดความงามในเมืองไทยเปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก โดยกลุ่มที่ทำให้ตลาดเติบโตแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Gen Z, กลุ่ม Millennials กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Baby Boomer สำหรับกลุ่ม Millennials หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 23-39 ปี ที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่สัดส่วนถึง 43% ต่อยอดขายโดยภาพรวม ทั้งในแง่ของมูลค่าและปริมาณ โดยที่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดอีกด้วย สำหรับความเห็นจาก อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์กลุ่มความงาม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์สำคัญที่เจาะให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นกลยุทธ์ที่สามารถผนวกรวมระหว่างโลกของยุคดิจิทัล สังคม และธุรกิจที่เป็นหนึ่งเดียว การนำกลยุทธ์ Micro Influencer มาใช้อย่างถูกต้อง และเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคด้านความงามในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นการป้องกัน หรือประเภท Anti-Aging มากกว่าต้องการการแก้ไข ทั้งนี้ ผู้บริโภคปัจจุบันมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทสวยเร่งด่วน และต้องการความสะดวกสบาย เป็นสูตรสำเร็จแบบออล-อิน-วัน เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีความเป็นมา และอยู่ในยุคสมัยอีกด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามในประเทศไทยนั้น จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นถึงสถานะและปัจจัยต่อตลาดไทยหลายอย่างที่ยังทำให้มีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก นอกจากนี้ ออนไลน์เป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญยิ่งในอนาคต โดยหัวใจสู่ความสำเร็จในการยึดครองตลาดเป้าหมายคือ การแชร์ อัพเกรดและต้องออนไลน์ และการเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ประกอบการหรือแบรนด์สินค้าจะต้องพัฒนาสินค้าและหาแคมเปญที่โดนใจควบคู่กันไปด้วย【อ่านข้อความเต็ม】
r7r | 2021-03-07 | อ่าน(92) | แสดงความคิดเห็น(600)
การเติบโตของธุรกิจความงามในเมืองไทยยังไปได้สวย จะเห็นภาพของการเปิดบริการคลินิกความงาม ร้านเสริมสวย หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเมกอัพ ที่มีวางจำหน่ายกันตามท้องตลาดจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวพรรณของตัวเอง จากสถิติของตลาดความงามในประเทศไทย พบว่ามีความน่าสนใจด้วยมูลค่าที่สูงถึง 57 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต 38% โดยข้อมูลวิจัยชุด ตลาดเครื่องสำอางและความงามไทย ได้สรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้และนำไปปรับใช้หลายด้าน ทั้งในเรื่องของการเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและความต้องการ ตลอดจนแนวโน้มตลาดว่ามีทิศทางเป็นเช่นไรอีกด้วย หากมีข้อมูลที่ทำให้วางแผนได้ตรงจุด ก็จะสามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม ก่อนจะเฉลยว่าควรตีโจทย์การตลาดอย่างไร มาดูกันก่อนว่าตลาดเครื่องสำอางไทยแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม และมีอัตราการเติบโตอย่างไรกันบ้าง สำหรับตลาดความงามในเมืองไทยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและศีรษะ (Hair Care) เติบโตในอัตรา 08% 2กลุ่มผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์ (Body Care) เติบโต 35% 3กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (Face Care) โตประมาณ 45% และ 4กลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ (Make Up) เติบโต 16% เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนต่อมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม จะเห็นว่าสินค้ากลุ่มดูแลผิวหน้า หรือ Face Care เป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด รองลงมาได้แก่ กลุ่มแฮร์แคร์ กลุ่มเมกอัพ และกลุ่มบอดี้แคร์ ในสัดส่วน 33%, 16% และ 11% ตามลำดับ โดยกลุ่มบอดี้แคร์จะมีสัดส่วนน้อยที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจะอยู่ในกลุ่มเมกอัพ หรือเป็นสินค้าประเภทที่ต้องใช้เป็นประจำ อาทิ ดินสอเขียนคิ้ว รองพื้น และลิปสติก ขณะเดียวกันยังเป็นการเติบโตของยอดขายจากผู้ซื้อปัจจุบัน 74% การขยายตัวของผู้ซื้อรายใหม่คิดเป็น 4% โดยเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเขตตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยการเติบโตนี้เกิดจากปัจจัยของการซื้อที่ตอบสนองด้านอารมณ์ที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง ยิ่งกว่านี้ สินค้ากลุ่มเมกอัพยังมีช่องว่างให้เติบโตไปได้อีกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดความงามอย่างประเทศเกาหลี ที่สามารถเจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 85% ในขณะที่ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 48% หากมาดูเรื่องของกลุ่มเป้าหมายของตลาดความงามในเมืองไทยเปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก โดยกลุ่มที่ทำให้ตลาดเติบโตแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Gen Z, กลุ่ม Millennials กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Baby Boomer สำหรับกลุ่ม Millennials หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 23-39 ปี ที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่สัดส่วนถึง 43% ต่อยอดขายโดยภาพรวม ทั้งในแง่ของมูลค่าและปริมาณ โดยที่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดอีกด้วย สำหรับความเห็นจาก อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์กลุ่มความงาม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์สำคัญที่เจาะให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นกลยุทธ์ที่สามารถผนวกรวมระหว่างโลกของยุคดิจิทัล สังคม และธุรกิจที่เป็นหนึ่งเดียว การนำกลยุทธ์ Micro Influencer มาใช้อย่างถูกต้อง และเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคด้านความงามในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นการป้องกัน หรือประเภท Anti-Aging มากกว่าต้องการการแก้ไข ทั้งนี้ ผู้บริโภคปัจจุบันมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทสวยเร่งด่วน และต้องการความสะดวกสบาย เป็นสูตรสำเร็จแบบออล-อิน-วัน เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีความเป็นมา และอยู่ในยุคสมัยอีกด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามในประเทศไทยนั้น จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นถึงสถานะและปัจจัยต่อตลาดไทยหลายอย่างที่ยังทำให้มีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก นอกจากนี้ ออนไลน์เป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญยิ่งในอนาคต โดยหัวใจสู่ความสำเร็จในการยึดครองตลาดเป้าหมายคือ การแชร์ อัพเกรดและต้องออนไลน์ และการเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ประกอบการหรือแบรนด์สินค้าจะต้องพัฒนาสินค้าและหาแคมเปญที่โดนใจควบคู่กันไปด้วย【อ่านข้อความเต็ม】
xtz | 2021-03-07 | อ่าน(375) | แสดงความคิดเห็น(747)
การเติบโตของธุรกิจความงามในเมืองไทยยังไปได้สวย จะเห็นภาพของการเปิดบริการคลินิกความงาม ร้านเสริมสวย หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเมกอัพ ที่มีวางจำหน่ายกันตามท้องตลาดจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวพรรณของตัวเอง จากสถิติของตลาดความงามในประเทศไทย พบว่ามีความน่าสนใจด้วยมูลค่าที่สูงถึง 57 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต 38% โดยข้อมูลวิจัยชุด ตลาดเครื่องสำอางและความงามไทย ได้สรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้และนำไปปรับใช้หลายด้าน ทั้งในเรื่องของการเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและความต้องการ ตลอดจนแนวโน้มตลาดว่ามีทิศทางเป็นเช่นไรอีกด้วย หากมีข้อมูลที่ทำให้วางแผนได้ตรงจุด ก็จะสามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม ก่อนจะเฉลยว่าควรตีโจทย์การตลาดอย่างไร มาดูกันก่อนว่าตลาดเครื่องสำอางไทยแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม และมีอัตราการเติบโตอย่างไรกันบ้าง สำหรับตลาดความงามในเมืองไทยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและศีรษะ (Hair Care) เติบโตในอัตรา 08% 2กลุ่มผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์ (Body Care) เติบโต 35% 3กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (Face Care) โตประมาณ 45% และ 4กลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ (Make Up) เติบโต 16% เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนต่อมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม จะเห็นว่าสินค้ากลุ่มดูแลผิวหน้า หรือ Face Care เป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด รองลงมาได้แก่ กลุ่มแฮร์แคร์ กลุ่มเมกอัพ และกลุ่มบอดี้แคร์ ในสัดส่วน 33%, 16% และ 11% ตามลำดับ โดยกลุ่มบอดี้แคร์จะมีสัดส่วนน้อยที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจะอยู่ในกลุ่มเมกอัพ หรือเป็นสินค้าประเภทที่ต้องใช้เป็นประจำ อาทิ ดินสอเขียนคิ้ว รองพื้น และลิปสติก ขณะเดียวกันยังเป็นการเติบโตของยอดขายจากผู้ซื้อปัจจุบัน 74% การขยายตัวของผู้ซื้อรายใหม่คิดเป็น 4% โดยเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเขตตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยการเติบโตนี้เกิดจากปัจจัยของการซื้อที่ตอบสนองด้านอารมณ์ที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง ยิ่งกว่านี้ สินค้ากลุ่มเมกอัพยังมีช่องว่างให้เติบโตไปได้อีกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดความงามอย่างประเทศเกาหลี ที่สามารถเจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 85% ในขณะที่ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 48% หากมาดูเรื่องของกลุ่มเป้าหมายของตลาดความงามในเมืองไทยเปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก โดยกลุ่มที่ทำให้ตลาดเติบโตแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Gen Z, กลุ่ม Millennials กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Baby Boomer สำหรับกลุ่ม Millennials หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 23-39 ปี ที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่สัดส่วนถึง 43% ต่อยอดขายโดยภาพรวม ทั้งในแง่ของมูลค่าและปริมาณ โดยที่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดอีกด้วย สำหรับความเห็นจาก อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์กลุ่มความงาม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์สำคัญที่เจาะให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นกลยุทธ์ที่สามารถผนวกรวมระหว่างโลกของยุคดิจิทัล สังคม และธุรกิจที่เป็นหนึ่งเดียว การนำกลยุทธ์ Micro Influencer มาใช้อย่างถูกต้อง และเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคด้านความงามในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นการป้องกัน หรือประเภท Anti-Aging มากกว่าต้องการการแก้ไข ทั้งนี้ ผู้บริโภคปัจจุบันมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทสวยเร่งด่วน และต้องการความสะดวกสบาย เป็นสูตรสำเร็จแบบออล-อิน-วัน เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีความเป็นมา และอยู่ในยุคสมัยอีกด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามในประเทศไทยนั้น จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นถึงสถานะและปัจจัยต่อตลาดไทยหลายอย่างที่ยังทำให้มีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก นอกจากนี้ ออนไลน์เป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญยิ่งในอนาคต โดยหัวใจสู่ความสำเร็จในการยึดครองตลาดเป้าหมายคือ การแชร์ อัพเกรดและต้องออนไลน์ และการเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ประกอบการหรือแบรนด์สินค้าจะต้องพัฒนาสินค้าและหาแคมเปญที่โดนใจควบคู่กันไปด้วย【อ่านข้อความเต็ม】
5pt | 2021-03-06 | อ่าน(227) | แสดงความคิดเห็น(503)
ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต-จำคุก 10 โจรใต้ ก่อเหตุวางระเบิดในเทศบาลเมืองปัตตานี 6 จุดปี 2559 จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บกว่า 20 คน ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก รอง มทภ4 แจงนำผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คนไปอยู่พื้นที่ อสุคิริน เหตุทั้งหมดไม่เกี่ยวกลุ่มก่อความไม่สงบ แค่คนไทยหนีความรุนแรงไปอยู่มาเลย์ เมื่อวันที่ 2 พค เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย นำโดย พอปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอรมน) ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พลตตปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบกภจวปัตตานี) และนายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี(รอง ผวจปัตตานี) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังศาลชั้นต้นปัตตานี พิพากษา 10 ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 คดี ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จปัตตานี โดยมีครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟังที่บริเวณทางเข้ามัสยิดกลางปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดจากทั้งหมด 6 คดี พอปราโมทย์กล่าวว่า ตามที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมะซัน หรือฮากิบ สาและ กับพวกรวม 10 คน ในความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิตทำให้เสียทรัพย์ ความผิดต่อ พรบอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน จากคดีเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มนครปฐม หน้าตลาดโต้รุ่ง, ระเบิดร้าน JP เฟอร์นิเจอร์, ระเบิดเรือประมง 2 ลำ, ระเบิดหน้าร้านศรีปุตรีข้างมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และขยายผลตรวจยึดอาวุธปืนพกและอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ รวม 6 คดี เหตุเกิดในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานี ในห้วงเดือนมิถุนายน- ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา พอปราโมทย์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่งพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 10 คน โดยศาลสั่งประหารชีวิต 6 คน คือ นายอิบรอเฮง ยูโซ๊ะ, นายอัมรีย์ ลือเย๊าะ, นายสันติ จันทรกุล, นายอายุบ เปาะลี, นายอิสมาแอ ตุยง และนายนิรอนิง นิเดร์ และศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 คนคือ นายมะซัน สาและ, นายอับดุลเลาะ หะยีอูมาร์ และนายรูสรัน แวหะยี เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 คน ให้การที่เป็นประโยชน์แก่การพิพากษาคดี ศาลจึงลดโทษ จากประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายฮามิด เจะมะ ศาลสั่งจำคุก 39 ปี 12 เดือน โฆษก กอรมนภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า พฤติกรรมที่ปรากฏของจำเลยทั้ง 10 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุถึง 6 คดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ราย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยในห้วงที่ผ่านมา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้สูญเสียดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้ที่กระทำความผิด ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการดูแลจากกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังของการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด โดยทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น จึงขอให้ช่วยกันดูแลบุตรหลาน หรือบุคคลในครอบครัวอย่างใกล้ชิด สำหรับผลคำพิพากษาตัดสินคดีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งได้พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานแวดล้อม ที่ทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลยทั้ง 10 คนได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งพิพากษาลงโทษดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้ง 10 คนยังมีสิทธิในการยื่นขออุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้ โฆษก กอรมนภาค 4 ส่วนหน้ากล่าว ขณะที่ พลตตปิยะวัฒน์กล่าวว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เริ่มจากการหาพยานหลักฐานนำไปสู่การพิพากษาของศาล โดยได้พิพากษา 6 คดี มี 10 คนที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย อั้งยี่ซ่องโจร การหาพยานหลักฐานที่มีการบูรณาการร่วมสามฝ่ายครั้งนี้ ศาลเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง ศาลจึงสั่งตัดสิน พอหาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 กล่าวเสริมว่า เรามีผู้ต้องสงสัย 30 คน ออกหมายจับตั้งแต่ปี 2559 และตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม 2560 เราสามารถจับคนร้ายได้ 15 คน ศาลตัดสินยกฟ้อง 5 คน เราปล่อยไปแล้ว ส่วน 10 คนนี้ศาลสั่งประหารชีวิต 9 คน แต่ 3 คนได้ให้การเป็นประโยชน์ ศาลจึงลดโทษ นางพยอม รักบุตร แม่ของ จสตอนุรักษ์ รักบุตร ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดข้างมัสยิดกลางปัตตานี ปี 2559 กล่าวว่า มีลูกชายคนเดียว มาเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งวันนี้สามารถจับคนร้ายได้ ก็คิดว่าดี เหตุการณ์จะได้ลดลง ไม่มีผู้สูญเสียอีก อย่างไรก็ดี ในส่วนญาติของหนึ่งในผู้ต้องหา 10 คนที่ศาลตัดสินพิพากษา กล่าวว่า เคารพกระบวนการยุติธรรม แต่ยืนยันว่าลูกชายไม่ใช่คนร้าย เขาเป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ ก็ขอสู้ต่อไปเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย วันเดียวกัน พลตวิชาญ สุขสง รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณี พลทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 มีแนวคิดจะพาผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ที่กลับจากมาเลเซียเมื่อหลายเดือนก่อน ไปอยู่ที่ ตสุคิริน อสุคิริน จนราธิวาส ว่าที่ตรงนั้นมีพื้นที่ว่างที่กองทัพขอใช้พื้นที่จากโครงการนิคมแล้วประมาณกว่า 700 ไร่ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ซึ่งมี 23 ครอบครัว และเป็นคนโสด 12 คน เข้าไปอยู่อาศัย ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา แต่เมื่อ 30 ปีก่อนเขามีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ เกิดความหวาดระแวง จึงเข้าไปอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยส่วนใหญ่อายุ 70 ปีแล้ว ไม่ใช่พวกที่ก่อเหตุอยู่ในช่วงนี้ เขาเป็นคนไทย เราต้องดูแลเขา แม่ทัพภาค 4 ก็นำมาให้สัญชาติ ให้บัตรประชาชน เพราะเขาคือคนไทย เราทำเพื่อมนุษยธรรม เมื่อก่อนกลุ่ม จคม เป็นคนมาเลย์ เรายังดูแลเขาได้ แต่นี้เขาเป็นคนไทย เราก็ต้องดูแลถึงแม้เขาไม่ได้เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ แต่เขาก็เป็นคนไทย ขอยืนยันว่ากลุ่ม 105 คนที่เราจะพาเขาไปอยู่ที่ใกล้ๆ หมู่บ้าน บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ไม่ใช่คนร้าย และไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา พลตวิชาญกล่าว ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พคที่ผ่านมา มีชาวบ้านกว่า 500 คน จาก 3 หมู่บ้าน ใน ตสุคิริน อสุคิริน จนราธิวาส ได้รวมตัวกันมาที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ ค่ายจุฬาภรณ์ที่ 12 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว มีการแสดงความคิดเห็นไม่พอใจที่จะให้คนในโครงการพาคนกลับบ้านเข้ามาอาศัยด้วย หลังจาก พลทปิยวัฒน์ มีแนวทางจะใช้พื้นที่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 หมู่ที่ 13 บ้านรักษ์ธรรม หมู่ที่ 10 บ้านลีลานนท์ และหมู่ที่ 6 เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 【อ่านข้อความเต็ม】
5dv | 2021-03-06 | อ่าน(570) | แสดงความคิดเห็น(409)
ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต-จำคุก 10 โจรใต้ ก่อเหตุวางระเบิดในเทศบาลเมืองปัตตานี 6 จุดปี 2559 จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บกว่า 20 คน ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก รอง มทภ4 แจงนำผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คนไปอยู่พื้นที่ อสุคิริน เหตุทั้งหมดไม่เกี่ยวกลุ่มก่อความไม่สงบ แค่คนไทยหนีความรุนแรงไปอยู่มาเลย์ เมื่อวันที่ 2 พค เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย นำโดย พอปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอรมน) ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พลตตปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบกภจวปัตตานี) และนายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี(รอง ผวจปัตตานี) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังศาลชั้นต้นปัตตานี พิพากษา 10 ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 คดี ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จปัตตานี โดยมีครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟังที่บริเวณทางเข้ามัสยิดกลางปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดจากทั้งหมด 6 คดี พอปราโมทย์กล่าวว่า ตามที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมะซัน หรือฮากิบ สาและ กับพวกรวม 10 คน ในความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิตทำให้เสียทรัพย์ ความผิดต่อ พรบอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน จากคดีเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มนครปฐม หน้าตลาดโต้รุ่ง, ระเบิดร้าน JP เฟอร์นิเจอร์, ระเบิดเรือประมง 2 ลำ, ระเบิดหน้าร้านศรีปุตรีข้างมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และขยายผลตรวจยึดอาวุธปืนพกและอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ รวม 6 คดี เหตุเกิดในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานี ในห้วงเดือนมิถุนายน- ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา พอปราโมทย์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่งพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 10 คน โดยศาลสั่งประหารชีวิต 6 คน คือ นายอิบรอเฮง ยูโซ๊ะ, นายอัมรีย์ ลือเย๊าะ, นายสันติ จันทรกุล, นายอายุบ เปาะลี, นายอิสมาแอ ตุยง และนายนิรอนิง นิเดร์ และศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 คนคือ นายมะซัน สาและ, นายอับดุลเลาะ หะยีอูมาร์ และนายรูสรัน แวหะยี เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 คน ให้การที่เป็นประโยชน์แก่การพิพากษาคดี ศาลจึงลดโทษ จากประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายฮามิด เจะมะ ศาลสั่งจำคุก 39 ปี 12 เดือน โฆษก กอรมนภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า พฤติกรรมที่ปรากฏของจำเลยทั้ง 10 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุถึง 6 คดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ราย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยในห้วงที่ผ่านมา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้สูญเสียดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้ที่กระทำความผิด ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการดูแลจากกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังของการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด โดยทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น จึงขอให้ช่วยกันดูแลบุตรหลาน หรือบุคคลในครอบครัวอย่างใกล้ชิด สำหรับผลคำพิพากษาตัดสินคดีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งได้พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานแวดล้อม ที่ทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลยทั้ง 10 คนได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งพิพากษาลงโทษดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้ง 10 คนยังมีสิทธิในการยื่นขออุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้ โฆษก กอรมนภาค 4 ส่วนหน้ากล่าว ขณะที่ พลตตปิยะวัฒน์กล่าวว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เริ่มจากการหาพยานหลักฐานนำไปสู่การพิพากษาของศาล โดยได้พิพากษา 6 คดี มี 10 คนที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย อั้งยี่ซ่องโจร การหาพยานหลักฐานที่มีการบูรณาการร่วมสามฝ่ายครั้งนี้ ศาลเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง ศาลจึงสั่งตัดสิน พอหาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 กล่าวเสริมว่า เรามีผู้ต้องสงสัย 30 คน ออกหมายจับตั้งแต่ปี 2559 และตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม 2560 เราสามารถจับคนร้ายได้ 15 คน ศาลตัดสินยกฟ้อง 5 คน เราปล่อยไปแล้ว ส่วน 10 คนนี้ศาลสั่งประหารชีวิต 9 คน แต่ 3 คนได้ให้การเป็นประโยชน์ ศาลจึงลดโทษ นางพยอม รักบุตร แม่ของ จสตอนุรักษ์ รักบุตร ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดข้างมัสยิดกลางปัตตานี ปี 2559 กล่าวว่า มีลูกชายคนเดียว มาเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งวันนี้สามารถจับคนร้ายได้ ก็คิดว่าดี เหตุการณ์จะได้ลดลง ไม่มีผู้สูญเสียอีก อย่างไรก็ดี ในส่วนญาติของหนึ่งในผู้ต้องหา 10 คนที่ศาลตัดสินพิพากษา กล่าวว่า เคารพกระบวนการยุติธรรม แต่ยืนยันว่าลูกชายไม่ใช่คนร้าย เขาเป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ ก็ขอสู้ต่อไปเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย วันเดียวกัน พลตวิชาญ สุขสง รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณี พลทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 มีแนวคิดจะพาผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ที่กลับจากมาเลเซียเมื่อหลายเดือนก่อน ไปอยู่ที่ ตสุคิริน อสุคิริน จนราธิวาส ว่าที่ตรงนั้นมีพื้นที่ว่างที่กองทัพขอใช้พื้นที่จากโครงการนิคมแล้วประมาณกว่า 700 ไร่ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ซึ่งมี 23 ครอบครัว และเป็นคนโสด 12 คน เข้าไปอยู่อาศัย ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา แต่เมื่อ 30 ปีก่อนเขามีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ เกิดความหวาดระแวง จึงเข้าไปอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยส่วนใหญ่อายุ 70 ปีแล้ว ไม่ใช่พวกที่ก่อเหตุอยู่ในช่วงนี้ เขาเป็นคนไทย เราต้องดูแลเขา แม่ทัพภาค 4 ก็นำมาให้สัญชาติ ให้บัตรประชาชน เพราะเขาคือคนไทย เราทำเพื่อมนุษยธรรม เมื่อก่อนกลุ่ม จคม เป็นคนมาเลย์ เรายังดูแลเขาได้ แต่นี้เขาเป็นคนไทย เราก็ต้องดูแลถึงแม้เขาไม่ได้เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ แต่เขาก็เป็นคนไทย ขอยืนยันว่ากลุ่ม 105 คนที่เราจะพาเขาไปอยู่ที่ใกล้ๆ หมู่บ้าน บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ไม่ใช่คนร้าย และไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา พลตวิชาญกล่าว ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พคที่ผ่านมา มีชาวบ้านกว่า 500 คน จาก 3 หมู่บ้าน ใน ตสุคิริน อสุคิริน จนราธิวาส ได้รวมตัวกันมาที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ ค่ายจุฬาภรณ์ที่ 12 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว มีการแสดงความคิดเห็นไม่พอใจที่จะให้คนในโครงการพาคนกลับบ้านเข้ามาอาศัยด้วย หลังจาก พลทปิยวัฒน์ มีแนวทางจะใช้พื้นที่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 หมู่ที่ 13 บ้านรักษ์ธรรม หมู่ที่ 10 บ้านลีลานนท์ และหมู่ที่ 6 เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-03-09

ดู ผล บอล สด ไทย อิน โด วัน นี้เดิมพันฟรี| ตารางคะแนนบอล ดัตช์โป๊กเกอร์ฟรี| ฟุตบอล ถ้วย ข 2559ข้อเสนอฟรี 2021| สโมสร ฟุตบอล ไทย ซัมมิท สมุทรปราการข้อเสนอฟรี 2021| สมัครเว็บบอล ขั้นต่ํา1002021ฟรีบาท| บ้านบอลวันเสาร์ลงทะเบียนส่ง 88| ดู บอล สด ดู บอล ออนไลน์ ฟรี ภาพ คมตกปลาออนไลน์ฟรี| วิเคราะห์บอลวันนี้7m2021ฟรีบาท| ตารางคะแนนบอล ลาลีกา2021ฟรีบาท| บาคาร่า gclub2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| ใคร เล่น บา คา ร่า ได้ เงิน บ้างเดิมพันฟรี| ดู บอล สด ภาษา ไทย วัน นี้ลงทะเบียนส่ง 88| ผลบอลสดไทยลีก2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| ระดับรางวัลลงทะเบียนส่ง 88| ซอฟต์แวร์การพนันฟุตบอลโป๊กเกอร์ฟรี| งาน ฟุตบอล ประเพณี ธรรมศาสตร์ จุฬา ฯ ครั้ง ที่ 73ข้อเสนอฟรี 2021| ราคาบอลวันนี้ goalการพนันฟรี| การ แข่งขัน กอล์ฟ สิงห์บาคาร่าฟรี| ตารางบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลบาคาร่าฟรี| ถ่ายทอดสดฟุตบอล บุรีรัมย์การพนันฟรี| พนันออนไลน์ตกปลาออนไลน์ฟรี| กลไก สล็อตเกมฟรี| ดูบอลสด บีจีปทุมสล็อตแมชชีนฟรี| วิเคราะห์ บอล ด อ ร์ ท มุ น ด์2021ฟรีบาท| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล วัน นี้ ช่อง 5เดิมพันฟรี| ตาราง คะแนน บอล หญิง สเปนการพนันฟรี| ฟุตบอลไทยชนะเวียดนาม3-0ข้อเสนอฟรี 2021| วิเคราะห์บอล บราซิลข้อเสนอฟรี 2021| รีวิวเกมสสล็อตสล็อตแมชชีนฟรี| วิเคราะห์บอล ลาลีกา สเปน วันนี้ตกปลาออนไลน์ฟรี| ชักชวน เล่น การ พนัน2021ฟรีบาท| ตาราง บอล ราคา ต่อ รองสล็อตแมชชีนฟรี| วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล ราคาบอลข้อเสนอฟรี 2021| ถาม เรื่อง คา สิ โน มา เก๊าเดิมพันฟรี| ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก 2021โป๊กเกอร์ฟรี| ดู บอล สด พรีเมียร์ ลีก คืน นี้2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| ฟุตบอล ฝรั่งเศส2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| ทีเด็ด ฟุตบอล วัน นี้ 3 คู่ลงทะเบียนส่ง 88| สล็อตออนไลน์8882021โปรโมชั่น| ผล บอล สด 7m livescore ผล บอล มีเสียง ภาษา ไทยการพนันฟรี| สมัครงานคาสิโน 2561ตกปลาออนไลน์ฟรี| ฟุตบอลไทยชนะเวียดนาม3-0เดิมพันฟรี| ตาราง การ แข่งขัน ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล2021โปรโมชั่น| ฟุตบอล ซัปโปโร2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| ฟุตบอล ณัฐพงษ์โป๊กเกอร์ฟรี| พรีเมียร์ลีก ย้อนหลัง2021ฟรีบาท| สโมสร ฟุตบอล ธนาคาร กสิกร ไทยเดิมพันฟรี| เปรียบเทียบราคาบอล 8882021โปรโมชั่น| ดู บ บอล ออนไลน์2021ฟรีบาท| ทดลองเล่น เกมส์สล็อต ฟรี goldenslot ข้อเสนอฟรี 2021| เล่น เกม ได้ เงิน เยอะ2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| เล่นพนันให้ได้เงินสล็อตแมชชีนฟรี| วิธี ถอนเงิน จาก เกม สล็อตบาคาร่าฟรี| slot machine สมาชิกข้อเสนอฟรี 2021| เกมสล็อต ออนไลน์ ได้เงินจริงลงทะเบียนส่ง 88| สล็อต แจ็ ค พอ ต แตก ง่ายข้อเสนอฟรี 2021| บอล วัน นี้ ตาราง2021โปรโมชั่น| สูตร แทง บอล ได้ ชั วเดิมพันฟรี| ตารางบอล พรีเมียร์ลีก ที่เหลือ2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| วิเคราะห์ บอล 7m บ้าน บอลข้อเสนอฟรี 2021| พรีเมียร์ลีก 2021ข้อเสนอฟรี 2021| งาน ฟุตบอล ประเพณี จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ตกปลาออนไลน์ฟรี| สล็อตสามมิติ2021โปรโมชั่น| ผลบอลสด 88 ย้อนหลัง2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ตลอดฤดูกาลตกปลาออนไลน์ฟรี| เงิน รางวัล บอล ไทยเดิมพันฟรี| ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีกลงทะเบียนส่ง 88| บอลออนไลน์ ฟรีลงทะเบียนส่ง 88| livescore ผล บอล สด ทุก ลีก ทั่ว โลกบาคาร่าฟรี| วิเคราะห์ บอล ไทย มาเลเซียโป๊กเกอร์ฟรี| ตาราง ถ่ายทอด สด ดู บอล ออนไลน์2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| วิเคราะห์ผลบอล 4 เซียนโป๊กเกอร์ฟรี| วิเคราะห์บอล นอริช2021ฟรีบาท| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ลิเวอร์พูล แมนซิตี้2021ฟรีบาท| ดู บ บอล ออนไลน์ตกปลาออนไลน์ฟรี| วิเคราะห์บอล ดอทมุน ฮันโนเวอร์2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| กะดาดซิตี้ สวัสดีสมุนไพร เอฟซีเดิมพันฟรี| ดู บอล สด ออนไลน์ ภาษา ไทยบาคาร่าฟรี| เชียงราย ล้านนาสล็อตแมชชีนฟรี| ผล การ แข่งขัน ฟุตบอล มาดริดตกปลาออนไลน์ฟรี| ฟุตบอล ฮอตลีกเดิมพันฟรี| ลิ้ ง ดู บอล สด บุรีรัมย์เกมฟรี| ตู้สล็อต apkเดิมพันฟรี| คะแนน กลุ่ม บอลเกมฟรี| สรุป คะแนน ฟุตบอล โลก รอบ คัดเลือกเกมฟรี|